
July 2026
ในไทยมีพระราชวังที่มีความสวยงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เก็บเรื่องราวในอดีตของพระมหากษัตริย์ไทยในรัชสมัยต่างๆไว้ แต่มีเพียงไม่กี่แห่งที่เปิดให้เข้าชมได้
พระราชวัง เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งนอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมแล้วยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจให้ได้ศึกษา ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการท่องเที่ยว เพราะคุณจะได้สัมผัสถึงเรื่องราวในอดีตที่พระมหากษัตริย์ของไทยในรัชสมัยต่าง ๆ ทรงสร้างเอาไว้ โดยเอ็กซ์พีเดียเองก็มีเรื่องราวของพระราชวังต่าง ๆ ที่เปิดให้เข้าชมได้มาแนะนำด้วยค่ะ เริ่มกันที่

01
วังบางขุนพรหม
วังบางขุนพรหม ตั้งอยู่ที่ 273 ถนนสามเสน เขตพระนคร กรุงเทพฯ ปัจจุบันเป็นที่ทำการของธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ โดยในสมัยก่อนวังบางขุนพรหมเป็นวังที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งเป็นต้นราชสกุลบริพัตร และ สมเด็จพร ะนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี พระมารดาค่ะ นอกจากนั้นยังใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง บุคคลสำคัญต่าง ๆ เป็นสถานที่ที่ไว้จัดงานสโมสรสันนิบาต รวมไปถึงเป็นที่จัดงานสังสรรค์ของพระบรมวงศานุวงศ์ และเป็นสถานที่สำหรับให้ครูชาวต่างประเทศใช้จัดสอนหนังสือให้กับพระธิดาและเจ้านายฝ่ายในของวังอื่น ๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีชื่อเรียกกันในสมัยนั่นว่า “บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้”
วังบางขุนพรหมก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซองส์ ผสมกับศิลปะแบบบาร็อก ภายในวังบางขุนพรหม ประกอบด้วยห้องสำคัญต่าง ๆ หลายห้อง อาทิ ห้องสีชมพู ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นห้องที่มีความงดงามมากที่สุด ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู พร้อมเฟอร์นิเจอร์สไตล์ยุโรป โดยในอดีตใช้สำหรับต้อนรับบุคคลสำคัญของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต นอกจากนั้นยังมีห้องสีน้ำเงิน, ห้องวิวัฒนไชยานุสรณ์, ห้องประชุมเล็ก, ห้องเปิดโลกเงินตราไทย, ห้องธนบัตรไทย, ห้องธนบัตรต่างประเทศ, ห้องประวัติและการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย
หากใครอยากไปชมความงามทางประวัติศาสตร์ของวังบางขุนพรหม ที่นี่มีกฎระเบียบที่ค่อนข้างเคร่งครัดค่ะ โดยผู้เยี่ยมชมจะต้องแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดังระหว่างเข้าชม ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไป ห้ามสูบบุหรี่ และห้ามถ่ายภาพภายในอาคารตำหนักวังบางขุนพรหมค่ะ

02
วังสวนผักกาด
วังสวนผักกาด ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แต่เดิมเป็นวังที่ประทับของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต และ หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร (เทวกุล) โดยใช้ประทับในช่วงสุดสัปดาห์ และเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมศิลปะและโบราณวัตถุภายในวังค่ะ โดยหลังจากที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต สิ้นพระชนม์ หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ซึ่งเป็นพระชายา ได้มอบวังสวนผักกาดอยู่ในความดูแลของ มูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดค่ะ ภายในวังสวนผักกาดจะมีอาคารและบ้านหลายหลัง โดยมีทั้งหอเขียนลายรดน้ำและตำหนักไทยโบราณ ซึ่งภายในมีวัตถุโบราณต่าง ๆ มากมาย ทั้งภาพเขียน เงินตราโบราณรูปปั้น การจัดแสดงพระรูปของราชวงศ์ไทย เครื่องดนตรีไทยของทูลกระหม่อมบริพัตรฯ เครื่องใช้ส่วนพระองค์ของ เสด็จในกรมฯ ฯลฯ
แต่งกายด้วยชุดสุภาพ และไม่ควรจับต้องสิ่งของในพิพิธภัณฑ์

03
พระราชวังพญาไท
พระราชวังพญาไท ตั้งอยู่ในบริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถ.ราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นและได้พระราชทานนามว่า “พระตำหนักพญาไท” หรือ “วังพญาไท” ต่อมาในรัชกาลที่ 6 ได้มีการสถาปนาเป็น “พระราชวังพญาไท”
จุดเด่นของพระราชวังพญาไทอยู่ที่พระ ที่นั่งพิมานจักรี ซึ่งเป็นเพระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระที่นั่ง มียอดโดมสูงเด่นเป็นสง่าไว้สำหรับชักธงมหาราชในขณะที่องค์พระประมุขประทับอยู่ในพระราชวัง โดยสถาปัตยกรรมเป็นแบบผสมผสานระหว่างโกธิคกับโรมาเนสก์ นอกจากนั้นบริเวณพระราชวังพญาไท ยังประกอบไปด้วยพระที่นั่งและอาคารสำคัญอื่น ๆ อีก ได้แก่ พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน, พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส, พระที่นั่งเทวราชสภารมย์, พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์, พระตำหนักเมขลารูจี, อาคารเทียบรถพระที่นั่ง, สวนโรมัน, ศาลท้าวหิรัญพนาสูร และพระมหานาคชินะวร วรานุสรณ์มงกุฎราช
การเข้าชมพระราชวังพญาไท จะมีวิทยากรนำชมวันละ 2 รอบ คือรอบ 09.30 น. และรอบ 13.00 น. หากมาวันจันทร์ – ศุกร์ จะสามารถชมได้เพียงด้านนอกเท่านั้น