วิหารวรรณกรรม หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า Van Mieu เชิดชูเกียรติแด่ชนชั้นสูงผู้ทรงความรู้ของเวียดนามมายาวนานหลายศตวรรษ วิหารเก่าแก่แห่งนี้ ซึ่งเดิมทีเป็นมหาวิทยาลัยที่อุทิศให้แด่ขงจื๊อ สร้างขึ้นเพื่อแสดงความเคารพยกย่องต่อนักปราชญ์ผู้นี้และเหล่าบัณฑิตที่มีบทบาทในการสร้างวัฒนธรรมความรู้ของเวียดนาม พื้นที่วิหารปลอดโปร่งเงียบสงบ ซึ่งช่วยหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองได้เป็นอย่างดี ชื่นชมสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ผ่อนคลายในสวน และตื่นตาตื่นใจกับแผ่นจารึกโบราณ (ศิลาจารึกแห่งเกียรติยศ)
วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1070 ในสมัยของราชวงศ์ลี้ ในคราวแรกเริ่มก่อตั้ง มีเพียงผู้ที่เกิดในตระกูลชนชั้นสูงเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าศึกษาเล่าเรียนที่นี่ ในปี 1442 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เปิดรับนักเรียนที่มีพรสวรรค์จากทั่วประเทศ ในช่วงศตวรรษที่ 15 สมเด็จพระจักรพรรดิ Le Thanh Thong ได้โปรดฯให้สร้างศิล าจารึกเพื่อเชิดชูเกียรติแด่บัณฑิตทุกคนที่สามารถสอบจองหงวนได้ ปัจจุบัน มีศิลาที่ยังหลงเหลืออยู่ทั้งหมด 82 แผ่น ซึ่งจารึกชื่อของบัณฑิต 1,307 คน
พื้นที่ล้อมกำแพงห้าชั้นแสดงถึงยุคต่างๆ ของสถาปัตยกรรมเวียดนาม เดินผ่านแผ่นจารึกสูงใหญ่แปดแผ่นก่อนก้าวเข้าสู่พื้นที่ชั้นแรก ที่ซึ่งคุณจะได้เห็น Great Portico เดินลอด Great Heavenly Gate เพื่อเข้าไปยังพื้นที่ชั้นที่ 2 อันเป็นที่ตั้งของศาลา Khue Van Cac ซึ่งมีอายุ 200 ปี ถัดมาจะเป็นพื้นที่ชั้นที่ 3 ซึ่งรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Garden of the Stelae ดูศิลาจารึกรายชื่อของเหล่าจองหงวนผู้ทรงเกียรติที่นี่ ผ่อนคลายริมสระน้ำ Well of Heavenly Clarity และดูศิลาจารึกในโถงอาคาร
ส่วนพื้นที่ Courtyard of the Sage เชิดชูเกียรติแด่ขงจื๊อ Chu Van An อาจารย์นักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่ง ก็ได้รับการเคารพยกย่องด้วย รวมถึงบัณฑิตอีก 72 คน แบบจำลองของวิหารและภาพถ ่ายทางประวัติศาสตร์จัดแสดงในพื้นที่ชั้นที่ห้า ใน Thai Hoc พื้นที่ชั้นสุดท้ายนี้ ชมมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม
เดินทางมายังวิหารวรรณกรรมได้โดยรถแท็กซี่ หรือเดินมาจากจัตุรัสบาดิ่ญก็ได้ ที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย ยกเว้นวันจันทร์ และปิดในช่วงเวลาพักกลางวัน และมีค่าผ่านประตู ข้อมูลส่วนมากจะเขียนเป็นภาษาเวียดนาม ดังนั้น นำหนังสือท่องเที่ยวติดตัวมาด้วย หรือจองทัวร์เพื่อชื่นชมสถานที่แห่งนี้อย่างเต็มที่














